นักเขียน

พัตเตอร์

 

** แนะนำตัว **
สวัสดีครับ ชื่อ นายภัทรพล สิงหะกุลพิทักษ์ นะครับ เจ้าของนามปากกา ‘พัตเตอร์’ เรียกสั้นๆ ว่า ‘พัต’ หรือ ‘เตอร์’ ก็ได้นะครับแล้วแต่สะดวกเลยครับผม หรือจะเรียกชื่อเล่นแบบเต็มยศก็ไม่ว่ากันจ้า ปัจจุบันผมเรียนอยู่ชั้นปีที่ ๔
สาขาเทคโนโลยีการศึกษา คู่ เอกวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครับผม ด้วยความที่ชอบทั้งการสอน การออกแบบกราฟิกในคอมพิวเตอร์บวกกับความชอบในเรื่องวรรณคดีทำให้เลือกเรียนในสายนี้ครับ


** ที่มาของนามปากกา **
สั้นๆ ง่ายๆ เลยครับ นามปากกา ‘พัตเตอร์’ มาจาก ‘ชื่อเล่น’ ครับ เพราะตอนตั้งนี่คิดอะไรไม่ออก ฮ่าๆ ตอนแรกตั้งใจว่าจะเอาชื่อจริงมาตั้งเป็นนามปากกาครับแต่คิดว่าชื่อจริงตัวเองยาวไปมันตั้ง ๔ พยางค์แน่ะ แถมยังไม่ค่อยติดหู เลยเอาชื่อเล่นมาตั้งเป็นนามปากกามันซะเลย สองพยางค์ จำง่ายด้วยครับ


** หนังสือในดวงใจและนักเขียนคนโปรด **
หนังสือในดวงใจหลายเล่มมากๆ เลยครับ เพราะเรายึดคติส่วนตัวที่ว่าหนังสือทุกเล่มสอนให้เราเรียนรู้โลกในมุมมองที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าเอาหนังสือนิยายเล่มแรกๆ ที่ได้อ่านแล้วชอบเลยก็คือเรื่อง ‘หัวขโมยแห่งบารามอส’ กับ
‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ จำได้ว่าตอนนั้นเป็นช่วงเริ่มอ่านนิยายใหม่ ชอบขนาดที่ว่านั่งอ่านได้ทั้งวันทั้งคืนเลยครับช่วงปิดเทอม ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน... เวลาว่างส่วนใหญ่จะหมดไปกับการนอนและการฟังเพลงเพื่อพักผ่อนมากกว่าครับ
ส่วนนักเขียนดวงใจก็มีเยอะมากๆ ครับ ถ้าเป็นนิยายแนวรักใสๆ คอมเมดี้จะชอบของ ‘แสตมป์เบอร์รี่’ กับ ‘Jittirain’ ครับ เพราะอ่านแล้วทำให้เราเกิดเสียงหัวเราะได้ เป็นนักเขียนที่รู้ว่าเขียนตรงไหนหรือใส่มุกหยอดลงไปตรงไหน
แล้วเราจะขำ แต่ถ้าเป็นโซนสืบสวนสอบสวนหรือแนวสยองขวัญ-ระทึกขวัญ ขอให้ยก ‘ภาคินัย’ กับ ‘ปราปต์’ เป็นนักเขียนที่เราชื่นชอบมากๆ อย่างของพี่แอมป์ ภาคินัย เราจะชอบในภาษาที่มีความอ่านง่าย อินกับเรื่องราวไปได้ง่ายๆ  
รวมถึงพล๊อตเรื่อง บางเรื่องหลอกคนอ่านแล้วหลอกคนอ่านอีก หักมุมสิบตลบ ส่วนของพี่ปราปต์ จะชอบในความที่เขามีลูกเล่นทางงานเขียนเยอะ ดูเป็นนักเขียนรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีลีลาการเขียน
แพรวพราว สิ่งที่พี่ปราปต์ทำได้ดีและโดดเด่นมากๆ เลยก็คือการใส่ ‘Clues’ ลงไปในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้นหรือเรื่องยาว บางอยากมันเป็นกิมมิค เป็นสัญลักษณ์หรือเป็นชิ้นส่วนบางอย่างที่
เราอาจจะนึกไม่ถึง คาดไม่ถึงแต่มันมีผลกับเส้นเรื่องนะ ประมาณว่าอ่านจบไปแล้วรอบนึงต้องกลับไปอ่านอีกรอบจะได้ความสนุกที่มากขึ้น บางครั้งต้องเตรียมยาดมและตั้งสติในการอ่านด้วยครับ
เพราะงานเขียนของพี่ปราปต์ชอบทำร้ายจิตใจคนอ่าน (มาก)


 ** ที่มาของการเป็นนักเขียน **
อยากเป็นนักเขียนมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กๆ แล้วครับ เท่าที่จำความได้น่าจะเป็นช่วงประถมครับ เราชอบดูหนังหรือดูละครแล้วเก็บมาจินตนาการต่อได้เป็นเรื่องเป็นราว ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านิยายคืออะไร เลยลองขีดๆ เขียนๆ เล่นๆ ได้เป็นหน้าๆ  ได้มาหัดเขียนจริงจังก็ช่วงมัธยมครับ ด้วยความที่ตอนนั้นเว็บไซต์ที่เปิดให้ลงนิยายในเน็ตเริ่มมีการพัฒนาแพร่หลายขึ้น (บ่งบอกอายุมาก ฮ่าๆ) เราก็มีโอกาสได้อ่านนิยายที่ชาวบ้านเขาแต่งลงเน็ต เราก็รู้สึกว่า เออ มันสนุกดีนะ การแต่งนิยายมันไม่ได้ยากเลยนี่ จากนั้นมาก็ลองเขียนนิยายมาเรื่อยๆ ครับ โดยแนวแรกที่เริ่มเขียนจริงๆ ก็คือแนว ‘แฟนตาซี’ เพราะเป็นคนชอบหนังแนวนี้มากๆ ความที่ตอนนั้นยังเด็ก พอเราโตขึ้นมาเรื่อยๆ ก็เริ่มหันเหมาชอบเขียนแนวรักคอมเมดี้ จนในที่สุดก็ผันตัวมาเขียนแนวสยองขวัญ-ระทึกขวัญควบคู่ไปกับแนวรักคอมเมดี้ (ที่ชีวิตจริงบางช่วงก็ไม่ค่อยตลกเท่าไหร่) ครับผม


** ที่มาของการเป็นนักเขียนของ Sofa Publishing **
เข้ามาเป็นนักเขียนในเครือของ Sofa Publishing ได้เพราะการเข้าประกวดในโครงการ Short & Shock Story ครั้งที่ 6 หัวข้อ ‘ชิงผีเกิด’ และได้เป็น 1 ใน 5 ผู้ชนะการประกวดทำให้เรื่องสั้นของผมได้รับการรวมเล่มตีพิมพ์พร้อมกับพี่ๆ นักเขียนท่านอื่นๆ ที่เข้าประกวด และนักเขียนรุ่นพี่ของสำนักพิมพ์โซฟาครับ
ปกติแล้วผมจะเขียนนิยายแนวรักคอมเมดี้มากกว่า เพิ่งจะได้มาลองเขียนแนวสยองขวัญสั่นประสาทแล้วพบว่ามันคือทางของเรา จริงๆ ปกติเป็นคนชอบดูหนังสยองขวัญ-ทริลเลอร์ไล่ล่าอยู่แล้วนะครับ แต่ไม่มีโอกาสได้เขียนเป็นจริงเป็นจัง พอดีกับช่วงปีสามเทอมปลาย เราได้เรียนวิชาเกี่ยวกับการประพันธ์ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง เลยตัดสินใจเอาวิชาที่เรียนมามาใช้กับเรื่องสั้น ‘บนบานศาลศพ’ และตัดสินใจส่งประกวดอย่างไม่ลังเล เพราะหัวข้อ ‘ชิงผีเกิด’ ค่อนข้างท้าทายในการตีโจทย์มากๆ ครับ


** งานเขียนกับตัวจริง...แตกต่างกันไหม **
มีทั้งส่วนที่เหมือนแล้วก็ส่วนที่ต่างครับ ส่วนที่เหมือนก็คือในนิยายของผมส่วนใหญ่ชีวิตหรือภูมิหลังที่มาที่ไปของตัวละครจะค่อนข้างดราม่า เพราะเราเป็นคนที่เรียกได้ว่าอ่อนไหวง่าย เวลาฟังเพลงหรือได้ดูหนังที่มันกระทบใจมากๆ  น้ำตามันจะไหลออกมาเอง ส่งผลให้การสร้างตัวละครของเราเลยมีที่มาค่อนข้างน่าสงสารและค่อนข้างสู้ชีวิตครับ เพราะเราเองเป็นคนที่ค่อนข้างสู้ชีวิตเหมือนกัน บางทีเห็นเรายิ้มๆ  หัวเราะ แต่กว่าเราจะมาถึงจุดนี้เรียกได้ว่าเหนื่อยเอาการ บางทีก็จะแอบเอามุมดราม่าของตัวเองไปใส่ไว้ในนิยายแบบเนียนๆ  
ส่วนที่แตกต่างก็คงจะเป็นเรื่องของความโหดในนิยายมั้งครับ... เพราะตัวจริงเป็นคนที่ใจเย็นมาก (ถึงมากที่สุด) ถ้าไม่ได้หนักหนาอะไรก็ให้อภัยกันไปได้ครับ และอีกเรื่องที่ต่างเห็นจะเป็นเรื่องการสมหวังของตัวละครครับ ชอบแต่งนิยายให้ตัวละครมีคู่ครับ เพราะชีวิตจริงโสดสนิทเลยอยากให้ตัวละครในเรื่องของตัวเองได้สมหวังกับเขาบ้าง    


** คุณสมบัติที่ดีของนักเขียนที่ดี...คือ ? **
คิดว่าคุณสมบัติของนักเขียนที่ดีต้องไปกอบไปด้วย ‘ความขยัน’ แล้วก็ ‘ความซื่อสัตย์’ ครับ อย่างแรกเลย คือต้องมีความขยันครับ ขยันเขียนนิยายให้จบเรื่อง ห้ามขี้เกียจเป็นอันขาด เพราะถ้าขี้เกียจขึ้นมานิยายก็จะไม่จบเรื่องครับ ดองกันไปเรื่อยๆ ไม่รู้จักจบสิ้น เหมือนวงเวียนชีวิต 555 นอกจากขยันเขียนนิยายแล้วยังต้องขยันหาความรู้และข้อมูลในการเขียนนิยายครับ พูดง่ายๆ ก็คือ การพยายามพัฒนางานเขียนของตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ ทั้งในแง่ของสำนวนในการเขียนปรับให้มันลื่นไหลมากขึ้น เขียนให้สนุกขึ้น กระชับไม่เยิ่นเย้อ รวมถึงข้อมูลที่จะนำมาใช้เรื่องครับ ควรหาข้อมูลมาประกอบการเขียนเพื่อให้ข้อมูลในนิยายมีความสมจริงและสมเหตุสมผลมากขึ้นครับ
ส่วนเรื่องของความซื่อสัตย์ ที่ก็คือ ต้องซื่อสัตย์กับคนอ่านครับ นิยายที่เราเขียนขึ้นมาไม่ว่าจะเรื่องสั้นหรือเรื่องยาว เราจะต้องไม่คัดลอกหรือดัดแปลงงานของคนอื่นมาเป็นงานของตัวเองโดยเด็ดขาด เพราะเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมายครับแถมยังผิดจรรยาบรรณของนักเขียนด้วยครับ 


** ฝากถึงคนอยากอ่านและคนอยากเขียน **
ฝากติดตามผลงานของ ‘พัตเตอร์’ ไปเรื่อยๆ ด้วยนะครับ ถ้ามีข้อแนะนำหรือข้อติชมอะไรสามารถเข้ามาติชมได้ตลอดเลยครับหรือจะเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับนิยายของผมก็ได้ครับ ที่เพจ ‘พัตเตอร์ – PaTter’ (www.facebook.com/patter.writer) ครับ
สำหรับคนที่อยากเป็นนักเขียน ให้หยิบกระดาษกับปากกาหรือเปิดคอมพิวเตอร์แล้วเขียนเลยครับ อย่ามัวลังเลหรือเกี่ยงว่าเราไม่มีเวลาแล้วเราจะเขียนไม่ได้ ถ้าอยากจะเป็นนักเขียนเราต้องเขียนครับ ถ้าเราไม่มั่นใจในฝีมือของตัวเองอาจจะลองเขียนแล้วอัพลงเว็บไซต์ให้นักอ่านในโลกออนไลน์ได้ติชมดูครับ น่าจะช่วยพัฒนาขึ้นได้ เพราะปัจจุบันค่อนข้างจะมีหลายเว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้อัพนิยายลงได้ครับ น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้งานของเราพัฒนาขึ้นได้
นอกจากนี้เรื่องของ ‘แรงบันดาลใจ’ ในการเขียนนิยายก็เป็นสิ่งที่สำคัญครับ บางครั้งที่นิยายของเราไม่สนุกอาจจะเป็นเพราะเรื่องมันซ้ำๆ เดิมๆ  น่าเบื่อ เราอาจจะลองออกไปเปิดหูเปิดตาตามสถานที่ต่างๆ แล้วลองสังเกตสิ่งรอบๆ ตัวดูครับ บางอย่างที่เราเห็นอาจจะจับมาแต่งให้เป็นเรื่องเป็นราวได้ หรือบางทีเราอาจจะลองถ่ายภาพเหตุการณ์ที่ประทับใจแล้วเก็บมาจินตนาการเป็นเรื่องได้ครับ เหมือนสมัยประถมที่คุณครูชอบให้เราแต่งเรื่องจากภาพ แต่ในที่นี้ภาพที่เราเอามาแต่งเป็นเรื่องเป็นภาพที่เราถ่ายขึ้นมาเอง และไม่จำกัดหัวข้อในการเขียนครับ
สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่าการเขียนไม่มีผิดหรือถูกครับ มีแค่ถูกใจหรือไม่ถูกใจแค่นั้น ถ้าอยากเป็นนักเขียนอย่ารอให้เวลาผ่านไปเฉยๆ นะครับ ลงมือเขียนเลยครับผม


. . . . . . . . . . . . . . . . .. . .


ผลงานที่ผ่านมาของ 'พัตเตอร์'
- เรื่องสั้น ‘บนบานศาลศพ’  ในรวมเรื่องสั้น ชิงผีเกิด