Sofa Highlights!

6 เรื่องสั้นระทึกขวัญที่สั่นสะเทือนโลกหลังความตาย

          ไม่มีใครรู้ว่า ‘โลกหลังความตาย’ อยู่ที่ไหน แต่ ‘คนแรกที่วิญญาณจะไปหาหลังความตาย’ คือ ‘คนรัก’ ความเชื่อดังกล่าว...จริงหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่ามีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับ 7 วันหลังความตาย ที่มักจะมี ‘คนเป็น’ ได้เห็น ‘วิญญาณ’ กลับมาหา …จากความเชื่อนี้ทำให้กลายมาเป็นคอนเซ็ปต์รวมเรื่องสั้นสุดหลอนจาก 6 นักเขียนหนุ่มฝีมือจัดจ้านแห่งบ้านโซฟา มาพูดคุยกับพวกเขาถึงไอเดียของเรื่องสั้นแต่ละเรื่องกันดีกว่าค่ะ

 

Sofa Publishing : สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นอยากให้แต่ละท่านทักทายแฟน ๆ นักอ่านกันหน่อยค่ะ

ภาคินัย : สวัสดีครับภาคินัย ผู้เขียนเรื่องสั้น RUN ครับ

ปองวุฒิ : สวัสดีครับนักอ่านทุกคนทั้งที่เคยรู้จักกันและไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ปองวุฒินะครับ

ปราปต์ : สวัสดีครับ ปราปต์ครับ ในเซ็ต 7 วันหลังความตายนี้เขียนเรื่อง เชิญวิญญาณ ครับ

สุริยาทิศ : สวัสดีครับ โจ้ สุริยาทิศ ครับ รู้สึกห่างหายจากการสัมภาษณ์ไปนาน (เขินอาย) ยินดีที่ได้พูดคุยกับทีมงานและนักอ่านอีกครั้งครับ!

ลอยชาย. : สวัสดีครับ ลอยชาย.ครับ (เหมือนก่อนหน้านี้ก็ตอบแบบนี้ ฮ่า ๆ)

เตมัน : เตมันขอสวัสดีนักอ่านชาวโซฟาทุกคนครับ ไม่ได้พบกันมานานเลย

 

 

Sofa Publishing : เรื่องสั้นแต่ละเรื่องในคอนเซ็ปต์ ‘7 วันหลังความตาย’ นี้ นักเขียนแต่ละท่านได้ไอเดียการเขียนพล็อตเรื่องมาจากอะไรบ้างคะ ?

ภาคินัย : เริ่มจากการที่เห็นคนใกล้ ๆ ตัวชอบออกไปวิ่งมาราธอนบ้าง วิ่งการกุศลบ้าง เราไม่ใช่สายออกกำลังกายเลยสงสัยว่าเขาทำทำไปทำไม เหนื่อยแถมเสียเงิน เลยลองคิดหาเหตุผลให้ตัวละครครับ จึงมาเป็นเรื่อง RUN

ปองวุฒิ : ของผมตอนแรกเสนอไปเรื่องหนึ่ง แล้วพี่ บ.ก. บอกว่าคิดถึงงานชุด The Myst ของเรา อยากลองอ่านอะไรที่ได้อารมณ์ประมาณนั้น ผมก็เลยจัดให้ลองเขียนเรื่องย่อใหม่ที่เป็นแนวไซไฟหักมุมบวกสะท้อนสังคม ไอเดียโดยรวมคงต้องบอกว่ากลั่นมาจากสังคมยุคปัจจุบันนะครับ ที่จะมีเรื่องเปลือกนอก การแข่งขัน การโฆษณาและใฝ่หาความร่ำรวย ถ้าใครได้ลองอ่านในเรื่องกันก็จะทราบครับ

ปราปต์ : เริ่มจากอยากได้เซ็ตติ้งที่แตกต่าง กอปรกับเคยดูหนังผีจีนและคุ้น ๆ ว่ามีความเชื่อเรื่อง 7 วันวิญญาณจะกลับบ้านเหมือนกัน เลยตั้งใจจะใช้เซ็ตติ้งครอบครัวจีน โชคดีที่ที่บ้านก็มีเชื้อสายจีนอยู่แล้ว เลยสามารถหาข้อมูลมาประกอบแล้วทำพล็อตได้ไม่ยากครับ

สุริยาทิศ : ในส่วนของเรื่อง ‘จงรักจงแค้น’ ไอเดียคือเริ่มต้นจากการได้อ่านข้อมูลเที่ยวอ่างอบนวดจากเพจที่มีชื่อเสียงเพจหนึ่ง ประกอบกับไวรัลคลิปจากอดีตผู้จัดการอ่างฯ คือเราไม่เคยไป พอเรารับรู้เรื่องราวพอสังเขปจากภายในนั้น ก็รู้สึกชอบบรรยากาศนะ อยากเขียนเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับผู้หญิงที่ทำอาชีพนี้ แต่เอาจริง ๆ ด้วยพอเป็นเรื่องสั้น ข้อมูลมากมายที่เราแอบเก็บ ๆ สะสมมา ก็เอาออกไปใช้ได้ไม่ถึงเศษส่วนหนึ่ง ใช้แค่นิดเดียวเองครับ

ลอยชาย. : เรื่องที่ผมเขียนได้มาจากเรื่องใกล้ตัวครับ ผมโตมาในหมู่บ้านที่ค่อนข้างใกล้ชิดสนิทกันทำให้ได้เห็นสภาพครอบครัวที่หลากหลายมาก ๆ หนึ่งในนั้นก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับเรื่องนี้ครับ และที่สำคัญผมคิดว่าเรื่องประมาณนี้เป็นเรื่องใกล้ตัว ใกล้ตัวขนาดที่เราได้ยินผ่านหูกันจนคิดว่าเป็นเรื่อง ‘ทั่ว ๆ ไป’ ตรงนี้แหละครับ ทำไมเราจึงยอมให้ตัวเองรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาได้ ผมก็เลยเขียนมันขึ้นมาเผื่อว่าจะตอบคำถามในใจของตัวเองได้บ้าง

เตมัน : เมื่อตอนต้นปี ผมมีโอกาสได้พบเพื่อนเก่าคนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเขาอยู่ในแวดวงคนเลี้ยงพราย หลังจากสอบถามและศึกษาจากเพื่อนอยู่พักใหญ่ ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย จึงนำมารายละเอียดบางอย่างมาดัดแปลงเพิ่มเติม จนกระทั่งเกิดเป็นเรื่อง พลีพราย ขึ้นมา

 

 

Sofa Publishing : เคยสัมผัสประสบการณ์ตรง หรือเคยได้ฟังจากคนใกล้ตัวเกี่ยวกับวิญญาณของคนตายที่กลับมาหาคนเป็นบ้างรึเปล่า ?

ภาคินัย : แม้จะเขียนเรื่องผีเยอะแต่ไม่ค่อยเจอเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ครับ เรื่องราวหลังความตายนั้นผมว่าก็อาจจะเหมือนที่เขียนไว้ในเรื่อง คือดวงวิญญาณต่างต้องไปชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองทำไว้ยามมีชีวิต ทำดีได้ดีทำชั่วได้ สะสางในสิ่งที่ค้างคาครับ

ปองวุฒิ : เคยได้ยินคนพูดถึงเรื่องนี้มาตลอด ถ้าเอาใกล้ชิดชีวิตตัวเองมากสุด เมื่อสี่ปีก่อนคุณยายผมเสียชีวิตไป แล้วแม่บอกว่าวันหนึ่งฝันถึงว่าเขาเดินขึ้นบันไดบ้านมาหา แต่แม่กลัวผีเลยบอกว่าให้เขาไปเที่ยวเถอะ ไม่ต้องกลัว (ฮ่า ๆ เหมือนไล่ยาย) สงสัยเพราะแม่จะจำได้ในฝันว่า เอ๊ะ นี่คนตายมาหาหรือเปล่า

ปราปต์ : ส่วนตัวไม่เคยเลย แต่จะเคยได้ยินพวกเหตุการณ์แปลก ๆ ที่ผู้ใหญ่เล่ากันเกี่ยวกับช่วงงานศพ เช่นกลางดึกมีเสียงเคาะเรียก เปิดมาไม่มีคน แล้วฝันว่าคนตายกลับมาหา 

สุริยาทิศ : บ่อยมากสำหรับคนใกล้ตัวครับ แต่ตัวเองไม่ได้สัมผัสโดยตรง อย่างตอนที่แม่ผมเสียชีวิตใหม่ ๆ หลานสาวตอนนั้นน่าจะ 3-4 ขวบ เดินมาคุยเล่นหน้ามุขบ้าน แล้วหลานก็ชี้ไปที่ตรงหนึ่งแล้วเรียกว่า “ย่า ๆ” (หลานเรียกแม่ผมว่า ย่า) แต่ผมไม่เห็นอะไรนะ แต่ผมก็ไม่คิดว่าหลานอายุเท่านี้จะหลอกอานะครับ ก็ไม่ได้ขนลุกนะ เป็นคนที่ไม่เคยเจอผีเลย อยากเจอกับผีคนที่รักและรู้จักหลายคนเหมือนกันครับ

ลอยชาย. : เคยครับ เป็นเรื่องของพี่ข้างบ้านที่โตมาด้วยกัน เขาเสียไปเพราะอุบัติเหตุ คืนที่สองหรือสามหลังจากวันเกิดเหตุมีพี่อีกคนหนึ่งในหมู่บ้านเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดช่วงดึก ๆ ยังไม่ทราบเรื่องของคนที่จากไป คืนนั้นเขานั่งดื่มอยู่คนเดียวที่หน้าบ้าน ระหว่างนั้นเขาเห็นคนที่จากไปมายืนมองอยู่ที่หน้ารั้วบ้าน เขาชวนให้เข้ามาดื่มด้วยกัน นั่งคุยกันจนฟ้าสาง คนเมาก็ตื่นขึ้นมาในวันใหม่ ได้เจอกับเพื่อนบ้าน ก็เพิ่งจะได้รู้ว่าเพื่อนที่ร่วมดื่มเมื่อคืนนั้นได้จากไปแล้ว

เตมัน : ไม่เคยเจอถึงขนาดกลับมาหา แต่ครั้งหนึ่งมีเรื่องแปลก ๆ ที่ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ คือได้คุยกับเพื่อนสนิทคนหนึ่งทางโทรศัพท์ พูดหยอกล้อกันเล่นประมาณหนึ่งนาที หลังจากนั้นเพื่อนก็ขอวางสาย บอกไปหาหมอก่อน เพราะเป็นโรคตับต้องรักษา ทว่าบ่าย ๆ เย็น ๆ ในวันเดียวกัน เพื่อนอีกคนก็โทรมาบอกว่าเพื่อนคนนี้เสียชีวิตแล้ว และวันที่เขาโทรศัพท์มาหาผมนั้น เขาโคม่า อยู่ห้องไอซียู ไม่สามารถพูดโทรศัพท์ได้

 

 

Sofa Publishing : อยากให้นักเขียนแต่ละคนลองออกแบบ ‘โลกหลังความตาย’ ตามจินตนาการหรือแบบที่อยากให้เป็นหน่อยค่ะ

ภาคินัย : คิดว่าดวงวิญญาณที่ตายไปจะได้ไปอยู่อีกโลกหนึ่งที่ทุกคนจะได้เกิดใหม่ เริ่มนับ 0 ใหม่ ใช้ชีวิตใหม่ในแบบที่สนองกรรมจากโลกที่จากไป เช่น อยู่ในโลกนี้ ชอบทำร้ายสัตว์ โลกหลังความตายก็จะได้เกิดเป็นสัตว์ อยู่ในโลกนี้เป็นคนจนแต่ขยันทำดี ไปในโลกหลังความตายก็ได้เกิดเป็นลูกคนรวย อะไรแบบนี้ครับ

ปองวุฒิ : โดยส่วนตัวหวังอยากให้เป็นโลกที่สงบอยู่แล้วสดชื่นมีความสุขทางใจ หรือไม่อย่างนั้นก็อยากให้สลายไปหมดเลย ไม่มีโลกหลังความตายครับ

ปราปต์ : ผมมีความเชื่อครึ่ง ๆ ว่าความตายอาจเป็นการจบสิ้นทุกอย่าง หรือไม่ก็เป็นการเปลี่ยนรูปของพลังงานไปสู่สถานะใหม่ ฉะนั้นโลกหลังความตายอาจจะไม่ได้แตกต่างจากโลกที่เราอยู่ตอนนี้เลย หรืออาจเปลี่ยนไปทั้งหมดแบบอีกเอกภพอีกมิติเลยก็ได้ แต่พลังงานที่ดึงดูดกันก็จะวิ่งเข้าหากันเป็นปกติ

สุริยาทิศ : คงเป็นห้วงหนึ่งที่มีแต่สีดำ เดินไปไม่เห็นอะไร ไม่เห็นแม้แต่ร่างกายตัวเอง ไม่มีลมหายใจ ไม่มีกลิ่น ว่างเปล่า และคงจะรู้สึกต่าง ๆ ได้เพียงไม่นานก็จะดับสลายไปไม่รู้สึกอะไรอีกครับ (เป็นคนแอบไม่เชื่อเรื่องนรกสวรรค์และการกลับมาเกิดนะ แต่ก็ชอบเขียนแนวนี้ 555)

ลอยชาย. : โลกหลังความตายของผมอาจไม่ได้หวือหวามากนัก ที่นั่นคงเป็นโลกที่มีสีซีดแวดล้อมคล้ายกับสถานที่ที่เราเคยพบมา แต่ไร้สีสัน ที่นั่นคงมีใครหลายคนที่ผมอยากพบอยู่มากมาย ทั้งญาติ ทั้งเพื่อน ทั้งหมาแมวที่จากไปแล้ว ที่นั่นคงไม่ใช่ที่ที่น่ากลัวสักเท่าไหร่สำหรับผม

เตมัน : ผมอยากให้โลกหลังความตาย เป็นโลกที่คล้ายกับโลกปัจจุบันที่เราอาศัยอยู่ แต่อาจจะเป็นสถานที่พิเศษ ซึ่งรับเฉพาะสมาชิกที่คุ้นเคยกัน ใครตายก่อนก็ไปรอคนที่ตายทีหลัง เราจะได้มีโอกาสได้พบคนที่ตายแล้วอีกครั้งหนึ่ง ไม่ต้องร้องไห้เสียใจเมื่อถึงเวลาที่ใครต้องตาย ถ้าเป็นแบบนั้นได้จริง ก็น่าจะเป็นโลกหลังความตายที่อบอุ่นและสนุกดี

 

 

Sofa Publishing : สุดท้ายนี้อยากให้นักเขียนสุดหล่อทั้ง 6 ท่านการันตีความหลอนของวิญญาณที่กลับมาหาคนที่รักกับแฟน ๆ นักอ่านกันหน่อยค่ะ
ภาคินัย :
ขอฝากเรื่อง RUN ในเล่ม 7 วันหลังความตายไว้ด้วยครับ อาจไม่ใช่ผีสยองขวัญ แต่มันสอดแทรกเรื่องราวที่ว่า คนเราจะวิ่งไปไหนก็ได้แต่วิ่งหนีความจริงที่ทำไว้ไม่ได้ และเรื่องของเพื่อน ๆ นักเขียนคนอื่นด้วยครับ ที่รับรองว่าสนุกไม่แพ้กันครับ

ปองวุฒิ : เรื่องนี้รวมนักเขียนมาหกคน ถึงแม้จะเขียนคอนเซปต์เดียวกัน แต่ว่าทุกคนนำเสนอเนื้อหาที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไปแน่นอนครับ รับรองว่าอ่านแล้วคุ้ม หลอน สนุก หักมุม ลองซื้ออ่านกันนะครับ

ปราปต์ : ขอฝากเชิญวิญญาณและเรื่องสั้นอีก 5 เรื่องในเล่ม 7 วันหลังความตายด้วยครับ แต่ละเรื่องมีรสชาติและจินตนาการที่แตกต่างกันไป ผีจีน ผีไทย ผีแบบไซไฟ คุณไสย สะท้อนสังคม มีครบทุกรูปแบบ อ่านแล้วน่าจะสนุกไม่ผิดหวังครับ

สุริยาทิศ : ถ้าการได้เจอวิญญาณคนที่เรารักกลับมา เราคงดีใจนะครับ “แต่” ถ้าวิญญาณตนนั้นเราไม่ได้รักเขา เกลียดชังเขา แต่เขายังงมงายและหวังจะอยู่ใกล้ ๆ เราอยู่ละก็ คงสยองน่าดูดีเหมือนกัน (ขนาดเป็นคนธรรมดาก็ว่าสยองแล้ว)สำหรับเรื่อง “จงรักจงแค้น” ส่วนตัวผมคิดว่าการกลับมาของเพื่อนในรูปแบบเขย่าขวัญต่อคนรอบข้าง จนทำให้ตัวละครบางตัวสติแตกได้นั้น ผมเชื่อว่านักอ่านทุกท่านน่าจะเข้าถึงความน่ากลัว และอาจจะเกลียด ‘ความคิดถึง’ ไปเลยก็ได้ ยังไงก็ดีฝากผลงานชุด 7 วันหลังความตาย ด้วยนะครับ รับรองไม่ผิดหวังครับ!

ลอยชาย. : ความน่ากลัวของวิญญาณนั้นอาจไม่ใช่ หน้าตาหรือรูปลักษณ์ภายนอก แต่อาจเป็นความทรงจำของเราที่มีต่อเขาเสียมากกว่า คนที่เราเคยรัก วันหนึ่งเมื่อเปลี่ยนสถานะไปแล้ว เราจะยังรักไหม จะยังกล้าสบตาไหม คนที่เคยใกล้ชิดวันนี้ห่างไกล แต่เขากลับมาอีกครั้ง เขายังเหมือนเดิมไหม สิ่งที่นำเขามา และเขานำมานั้นคืออะไร การที่เราไม่รู้คำตอบอะไรเลย นั่นกระมังครับ ที่เรียกได้ว่าเป็นความน่ากลัวอย่างสุดซึ้ง

เตมัน : ขอให้นักอ่านทุกท่านดื่มด่ำกับวิญญาณทั้งหกเรื่องนะครับ หากใครเคยมีประสบการณ์ตรง ก็มาแชร์ให้พวกเราฟังด้วยก็ได้ แต่ขอเรื่องที่ไม่หลอนมากก็พอ 555

 

          เรียกได้ว่าเป็นรวมเรื่องสั้นที่อัดแน่นด้วยคุณภาพจริง ๆ แฟน ๆ นักเขียนทั้ง 6 ท่านห้ามพลาดเด็ดขาด ตอนนี้สามารถหาซื้อได้ที่ร้านหนังสือทั่วไป หรือสั่งซื้อออนไลน์ง่ายได้ที่ www.sofapublishing.com