Sofa Highlights!

สัมภาษณ์ 5 นักเขียนรุ่นพี่กับผลงานรวมเรื่องสั้น ‘ถึง-ที่-ตาย’


       โบราณว่าไว้ ‘คนดวงตก’ ต้องหมั่นเข้าวัดทำบุญ แต่ถ้า ‘คนดวงชะตาถึงฆาต’ ต่อให้หนียังไงก็ต้อง ‘ตาย’ เมื่อคุณไม่มีทางรู้ว่าลมหายใจของคุณจะ ‘หมดอายุ’ เมื่อไหร่ ดังนั้น จะไม่เป็นการดีไปกว่านี้หรือ หากคุณ ‘เข้าใจ’ กับ ‘ความหมายของแต่ละนาทีชีวิต’ มากขึ้น เพื่อเตรียมรับมือกับความตายที่คุณไม่อาจหนีพ้น
       วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ นักอ่านไปพูดคุยกับ 5 นักเขียนรุ่นพี่ที่มาร่วมรังสรรค์เรื่องสั้นสุดหลอนภายใต้หัวข้อ ถึง-ที่-ตาย กันค่ะ

Sofa Publishing : สวัสดีค่ะ…ให้แต่ละท่านทักทายแฟน ๆ นักอ่านกันสักหน่อยค่ะ
เจนศิลป์ : สวัสดีชาวโซฟาที่รักทุกท่านค่ะ ในที่สุดก็ได้พบกันอีกครั้งหวังว่าจะยังไม่ลืมกันนะคะ
นายหมอก : สวัสดีครับ นายหมอก นะครับ
ปริชญา : สวัสดีทุกคนค่า ดีใจที่ได้พูดคุยกันนะคะ
โหง อสรา : สวัสดีครับ โหง อสรา ครับ แจ้งเกิดกับสำนักพิมพ์โซฟาด้วยผลงานเรื่องสั้น ‘ผุดพรายในความตาย’ จากหนังสือรวมเรื่องสั้น ‘กลับชาติมาตาย’ ครับ ครั้งนี้ได้รับโอกาสอีกครั้งในฐานะรุ่นพี่ จึงได้มาเขียนเรื่องสั้น ‘ลัก-คลั่ง-ฆาต’ ในเล่ม ‘ถึง-ที่-ตาย’ ครับ
ปราปต์ : สวัสดีครับ ปราปต์ ครับ เขียนเรื่องสั้นชื่อ ‘ทางรอด’ ในเล่ม ‘ถึง-ที่-ตาย’ ครับ


Sofa Publishing : อยากให้นักเขียนแต่ละท่านแนะนำเรื่องสั้นของตัวเองใน ‘ถึง-ที่-ตาย’ หน่อยค่ะว่าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ? 
เจนศิลป์ : ‘เวิ้งว้าง ณ ความตาย’ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการคลี่คลายปริศนาในชีวิตคู่ของผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วคำตอบที่เขาตามหาได้นำพาคนมากกว่าหนึ่งชีวิตไปถึงที่ตายค่ะ
นายหมอก : สำหรับเรื่องสั้นของหมอกก็คือเรื่อง ‘ทวิชาติ’ นะครับ เป็นเรื่องสั้นระทึกขวัญ / ดราม่าที่ผสมกลิ่นอายของอดีตบวกกับปัจจุบันเอาไว้ ซึ่งตัวละครหลักของเรื่องต้องข้ามเวลาจากอดีตชาติมายังอนาคตเพื่อฆ่าคนคนหนึ่ง เพื่อที่จะทำให้ความหวังของเธอเป็นจริง โดยสิ่งที่สำคัญเลยนั่นก็คือ เธอจะต้องฆ่าเขาในจุดที่เขาตายในอดีตชาติเท่านั้น
ปริชญา : เรื่อง ‘270,340 วินาทีสั่งตาย’ เป็นเรื่องเกี่ยวกับจดหมายลูกโซ่ที่ถูกส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ ค่ะ
โหง อสรา : เรื่อง ‘ลัก-คลั่ง-ฆาต’ เป็นเรื่องของตำรวจคนหนึ่งที่หมด passion กับชีวิต ใกล้เกษียณและกำลังจะตายจากโรคร้าย ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับกับสิ่งที่จะเกิด ถึงขนาดวาดฝันว่าการตายของตัวเองจะเป็นยังไง แต่ปัญหาคือมีคดีหนึ่งในอดีตที่เคยไปเกี่ยวข้องและปิดไม่ลงหวนกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง เขาจึงต้องสะสางคดีนี้เพื่อให้ตัวเองถึงที่ตายอย่างสบายใจ
ปราปต์ : ‘ทางรอด’ เป็นเรื่องของคนสามคนที่มีชะตาชีวิตพัวพันกันอย่างคาดไม่ถึง ดารา เป็นพนักงานออฟฟิศคนเก่งที่ถูกทักว่าดวงกำลังจะถึงฆาตต้องไปทำพิธีต่อชะตา อุกฤษฏ์ คือแฟนหนุ่มของดาราที่พาเธอมายังสถานที่ลับ และ ธิดา สาวน้อยกำพร้าพ่อที่ต้องพยายามทำงานหาเลี้ยงตัวเองและแม่ ทั้งสามต่างหา ‘ทางรอด’ ของตัวเอง แต่จะไปถึงหรือเปล่า และถึงได้ยังไง ต้องลองติดตามกันดูนะครับ 


Sofa Publishing : แล้วไม่ทราบว่าเรื่องสั้นแต่ละเรื่องใน ‘ถึง-ที่-ตาย’ นี้ นักเขียนแต่ละท่านได้แรงบันดาลใจในการเขียนมาจากไหนกันบ้างคะ ?
เจนศิลป์ : ตอนได้รับโจทย์สิ่งแรกที่คิดคือ…การเดินทางไปถึงที่ตายของคนคนหนึ่งอาจไม่ได้เกิดขึ้นเพราะชะตาลิขิตไม่ใช่ชะตาคอยจับวาง บางครั้งมันอาจถูกออกแบบและวางแผนให้เกิดขึ้นโดยสมองของคนด้วยกันเอง แยบยลจนเปลี่ยนการฆ่าตัวตายและฆาตกรรมให้กลายเป็นอุบัติเหตุอันน่าเวทนาได้
นายหมอก : สำหรับเรื่องนี้ได้มาจากการฟังดนตรีไทยครับ (แต่อย่าถามว่าเพลงอะไรนะครับ) คือโดยปกติชอบฟังดนตรีไทยเป็นประจำอยู่แล้ว พอฟังแล้วมันก็ทำให้นึกถึงสังคมในอดีต ซึ่งอดีตมันก็มีอะไรที่น่าหลงใหลและน่าค้นหามากมายเลยทีเดียว เลยได้แรงบันดาลใจจนเขียนเรื่องสั้น ‘ทวิชาติ’ ขึ้นครับ
ปริชญา : แรงบันดาลใจมาจากจดหมายลูกโซ่ที่เคยได้รับตอนสมัยยังเด็กค่ะ จำได้ว่าตอนนั้นกลัวตายมาก เก็บไปนอนฝันร้าย (ฮา) แต่ถึงจะกลัว ก็ไม่อยากจะให้คนอื่นได้รับจดหมายลูกโซ่แบบเรา สุดท้ายก็ไม่ยอมส่งไปไหน แล้วก็ต้องมานับวันว่าพอถึงวันที่เจ็ดเราจะมีอันเป็นไปไหม…ก็ยังอยู่รอดมาจนถึงวันนี้นะ (ฮา)
โหง อสรา : ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องเด็กหายครับ ปัญหาหนึ่งของสังคมที่ยังเกิดขึ้นอยู่ทุกวัน คาดหวังไว้ว่าอยากให้นักอ่านได้มองเห็นความน่ากลัว เพื่ออย่างน้อยจะได้ตระหนักและระวังกัน
ปราปต์ : เกิดจากการตีความคำว่า ‘ถึง-ที่-ตาย’ ซึ่งทำให้นึกถึงการหาทางรอดขึ้นมาครับ ส่วนเทคนิคการเล่าเรื่อง ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง ‘Incident In the Ghostland’ ซึ่งมีการหักมุมไปตลอดทั้งเรื่อง พอดูจบก็ตั้งใจว่า อยากจะลองเขียนเรื่องแนว ๆ นี้ดูสักครั้ง สุดท้ายก็เอามารวมกันเป็นเรื่อง ‘ทางรอด’ ครับ


Sofa Publishing : อยากให้ฝากข้อคิดที่ได้จากเรื่องสั้นแต่ละเรื่องใน ‘ถึง-ที่-ตาย’ กับแฟน ๆ นักอ่านหน่อยค่ะ
เจนศิลป์ : ความตายไม่ได้เดินทางมาหาเรา เราต่างหากเป็นฝ่ายออกเดินทางไปถึงความตาย ตลอดการเดินทางนั้น ‘เวลา’ เป็นได้ทั้งสิ่งมีค่าและสิ่งไร้ค่า อยู่ที่ว่าเราใช้มันไปกับอะไร
นายหมอก : ก็อยากจะฝากถึงเรื่องการมีสติและศีล 5 นะครับ ไม่ว่าเราจะทำอะไรหรือตัดสินใจอะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือสติครับ ส่วนศีล 5 นั้น หากเราปฏิบัติได้มันก็จะเป็นผลดีต่อตัวเราเอง และไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นและสังคมรอบข้างด้วย
ปริชญา : เราไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เราทำในวันนี้จะส่งผลกระทบต่อไปอย่างไร การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งก็เหมือนกับการหย่อนก้อนหินลงในน้ำ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่น้ำในจุดที่หย่อนก้อนหินลงไป แต่แรงกระเพื่อมของน้ำจะกระจายออกไปเป็นวงกว้าง กระทบต่อสิ่งรอบข้างโดยที่เราไม่รู้ตัว การส่งจดหมายลูกโซ่ก็เหมือนกัน มันอาจจะสนุกที่ได้เห็นความเจ็บปวดของผู้อื่นในตอนแรก หรืออาจจะสบายใจที่ได้ปัดสวะแล้วโยนมันไปให้คนอื่น แต่เราไม่รู้หรอกว่ามันจะส่งผลกระทบต่ออะไรบ้าง หรือจะย้อนกลับมาหาเราเมื่อไหร่ โดยเฉพาะเมื่อมันกลับมาหาคนที่เรารักยิ่งกว่าตัวเอง
โหง อสรา : อย่างที่รู้กันว่าก่อนที่เราจะถึงที่ตายของตัวเอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เราใช้ชีวิตกันโดยบางครั้งอาจไม่รู้ว่าการใช้ชีวิตของเรามันมีผลกระทบกับชีวิตของผู้อื่นมากน้อยขนาดไหน จึงอยากให้รอบคอบ มีสติในทุกการกระทำอยู่เสมอ เพื่อชีวิตตัวเองและของผู้อื่น
ปราปต์ : สำหรับผม ในที่สุดแล้วคนเราจะถึงที่ตายหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ใครนอกจากตัวเราเองครับ ถ้าเราไม่ยอมแพ้ซะอย่าง ไม่ว่าอะไรก็จะผ่านพ้นและมีทางไปต่อได้ วันข้างหน้าที่ดีกว่ายังรอเราอยู่เสมอ 


Sofa Publishing : สุดท้ายนี้อยากให้นักเขียนทั้ง 5 ท่านฝากผลงานเรื่องสั้นใน ‘ถึง-ที่-ตาย’ กับแฟน ๆ นักอ่านกันหน่อยค่ะ
เจนศิลป์ : ขอฝากเรื่องสั้นทั้ง 10 เรื่องใน ‘ถึง-ที่-ตาย’ เอาไว้ด้วยนะคะ เป็นเล่มที่รวบรวมผลงานจากสมาชิกทั้งเก่าและใหม่ของสำนักพิมพ์โซฟา แต่ละนามปากกามีเอกลักษณ์การนำเสนอเฉพาะตัวและมีการตีโจทย์ในแง่มุมที่แตกต่างกันออกไป หวังว่านักอ่านทุกท่านจะได้รับอรรถรสในการอ่านอย่างเต็มอิ่มค่ะ
นายหมอก : ครับ ก็ขอฝากผลงานเรื่องสั้น ‘ทวิชาติ’ และเรื่องสั้นของทุก ๆ ท่านที่ได้ตีพิมพ์รวมเล่มใน ‘ถึง-ที่-ตาย’ ไว้ด้วยนะครับ ขอให้สนุกกับการอ่านครับ
ปริชญา : ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะทุกคน ขอบคุณมาก ๆ ที่หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาค่ะ แล้วเจอกันใหม่น้า ไม่ค่อยได้มีผลงานออกเท่าไหร่ อย่าเพิ่งลืมกันนะคะ
โหง อสรา : เป็นผลงานที่ตั้งใจเขียน หวังให้นักอ่านสนุกกับเรื่องราว หากมีคำติใด ๆ ยินดีพร้อมรับฟังครับ ขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนผลงานนะครับ หวังว่าเราจะได้มีโอกาสพบกันอีกผ่านตัวอักษร (^v^)
ปราปต์ : ขอฝากเรื่องสั้น ‘ทางรอด’ และเรื่องสั้นอื่น ๆ ในเล่ม ‘ถึง-ที่-ตาย’ ด้วยนะครับ เล่มนี้มีทั้งนักเขียนหน้าเก่าหน้าใหม่ รวมทั้งที่เพิ่งจะได้รู้จักกันบนเวทีโซฟาแต่ว่าฝีมือเก๋ามาแต่ไกล คิดว่าคนอ่านจะได้สนุกไปกับรสชาติใหม่ ๆ ในหนังสือเล่มนี้ครับ 

       หวังว่าเพื่อน ๆ นักอ่านคงไม่พลาดที่จะมีรวมเรื่องสั้น ‘ถึง-ที่-ตาย’ ไว้ในครอบครองนะคะ

 

       ถ้าคุณอยากสัมผัสเรื่องราวความหลอนของเหล่า ‘คนดวงถึงฆาต’ ที่อยากหลีกหนีความตาย สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ www.sofapublishing.com และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ